ตามไปดู คลองหลอด2019 โฉมใหม่


ก่อนอื่น อยากให้รู้ความเป็นมาของ “คลองหลอด” ด้วยสมัยรัชกาลที่ 1 เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดฯ ให้ขุดคลองรอบกรุง เมื่อครั้งย้ายเมืองหลวงจากกรุงธนบุรีมาอยู่ฝั่งพระนคร เชื่อมคลองคูเมืองเดิมออกไปบรรจบกับคลองรอบกรุง โดยคลองหลอด เรียกกันตามลักษณะรูปทรงของคลอง ทำหน้าที่ชักน้ำระหว่างคลอง และแบ่งโซนออกเป็น 2 คลอง คือ “คลองหลอดวัดราชนัดดา” และ “คลองหลอดวัดราชบพิธ” ในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี รัฐบาลจึงมีมติเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2525 ให้เรียกชื่อคลองทั้งหลายให้ถูกต้องตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ทั้งนี้คลองหลอดมีความสำคัญต่อวิถีชีวิตผู้คนตั้งแต่อดีตในการใช้เป็นเส้นทางสัญจรทางน้ำ และค้าขาย ทั้งการขุดคลองยังเป็นการพร่องน้ำและระบายน้ำ ดั่งเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนริมคลองให้มีชีวิตชีวา


“เสียงบ่นในอดีต ทำไมยุคที่ผ่านมาถึงแก้ไขปัญหาไม่ได้ “

ด้วยปัญหาที่รู้กันดีในย่านคลองหลอดใกล้สนามหลวง เป็นแหล่งค้าขายมือสองและมีผู้คนต่างถิ่นมาพักอาศัยและทำมาหากินหาบเร่ แผงลอย หรือแม้กระทั่งการขายบริการริมทาง ซึ่งผลกระทบตามมานั่นคือปัญหาสิ่งแวดล้อมและสังคม การทิ้งขยะลงในคูคลองที่ไร้ระเบียบ การปักหลักของคนต่างถิ่นสู่ปัญหาคนเร่ร่อนไร้ที่พักพิงตามริมคลอง ทุกปัญหาล้วนเกี่ยวพัน ซึ่งภาพได้ถูกสะท้อนผ่านสื่อมวลชนหลายครั้งดูจะเป็นปัญหาที่ยังรอการแก้ไข “น้ำที่คลองควรรักษา คลองที่ควรดูแล บ้านเมืองที่สวยงาม” คือเสียงเรียกร้องและบ่นพรึมพรำกันมาหลายปี ของคนในชุมชนและบ้านพักอาศัยเดิมในบริเวณ คลองหลอด ต่างอยากให้หน่วยงานเข้ามาจัดระเบียบให้ที …

 

“ยุค 4.0 รวดเร็ว-สำเร็จ “

เสียงสะท้อนจากสื่อและคนเมืองในยุค 4.0 ส่งถึง รัฐบาล-กทม. เปิดโต๊ะเรียกประชุมหารือ ถกปัญหาร่วมกันอย่างจริงจัง นำไปสู่แผนการพัฒนาและปรับปรุงภูมิทัศน์คลองในเกาะรัตนโกสินทร์อย่างยั่งยืนประกอบด้วย คลอง 9 คลอง ได้แก่ คลองคูเมืองเดิม(คลองหลอด) คลองหลอดวัดราชบพิธ คลองหลอดวัดราชนัดดา คลองบางลำพู คลองโอ่งอ่าง คลองผดุงกรุงเกษม คลองพระสวัสดิ์ คลองวัดตรีทศเทพ และคลองวัดสังเวช โดยแนวทางการพัฒนาและปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ ประกอบด้วย ใช้คลองเป็นหลักในการพัฒนาเพื่อคืนความเป็นเวนิสตะวันออก พัฒนาสิ่งที่อยู่ 2 ฝั่งคลอง (Furniture Street) รวมทั้งพัฒนาสถานที่สำคัญต่าง ๆ เช่น วัด โรงเรียน

 

“เสียงบ่นสู่ร้อยยิ้ม-เสียงชมของคนริมคลอง”

เสียงบ่นอุปแซวจากคนย่านริมคอล “ยุคก่อนๆที่ผ่านมาปล่อยปัญหามานานไม่กล้าจัดระเบียบ ไร้การแก้ไขเยียวยา แผนรองรับไม่ชัดเจน ทั้งที่มีหน่วยงานพยายามเข้าไปแก้ปัญหาแต่ก็ยังไม่ดีขึ้น ถ้าจริงจังคงทำได้ไปนานแล้ว ” คนก็ได้แต่ถามว่าทำไมถึงทำไม่ได้.. แต่การแก้ปัญหาวันนั้นกับวันนี้ช่างต่างกับรัฐบาล “ลุงตู่” พร้อมผู้ว่าฯและสภากทม. ที่ถูกแต่งตั้งมานั้นกลับทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ แบบบูรณาการ การใช้อำนาจและความจริงจังของรัฐบาล “ลงตู่” คือกุญแจสำคัญ เพราะเด็ดขาดและไม่ยืดเยื้อ มีประสิทธิภาพ ใครดีกว่าใครคงไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือใครแก้ปัญหาได้และคนพอใจก็ควรได้รับคำชม เพราะทุกอย่างเปลี่ยนบ้านเมืองก็ต้องปรับตัว ผู้คนก็ย่อมเรียนรู้กับข้อดีและความต่าง.. จากนี้เมื่อคูคลองถูกฟื้นฟู วิถีชีวิต กิจกรรมคนริมคลองที่ห่างหายกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง  ผสมกับกลิ่นไอประวัติศาสตร์กับความสวยงามในคูคลองเมืองเดิมที่ควรคู่แก่การรักษาเอาไว้คู่เมือง…

ตามไปดู คลองหลอด2019 โฉมใหม่