“San valentino” นักบุญกรุงโรม ต้นกำเนิดวันวาเลนไทน์ ผู้สละชีวิตเพื่อปลดแอกความรักให้หนุ่มสาว

วันแห่งความรัก 14 ก.พ. ที่หลายคนอาจไม่ทราบว่าที่มานั้น แสนเศร้า ด้วยความเสียสละของบุรุษที่ชื่อ “San valentino” นักบุญแห่งกรุงโรม ที่ยอมสละชีวิตเพื่อปลดแอกและทำพิธีแต่งงานให้กับหนุ่มสาว ด้วยความสงสารและเห็นใจในความรักที่สวยงามของคู่รักชายหญิงที่โดนกีดกันด้วยประเพณีกฎเกณฑ์ ทั้งยังใช้ความรัก เมตตาช่วยเหลือรักษาดวงตาให้เด็กน้อย หากจะมองถึงความสวยงามของความรักขึ้นเป็นจุดหมายแล้ว ควรมองจุดกำเนิดและกว่าจะเป็นความรักนั้น ล้วนมีการเสียสละ การให้ อยู่ในนั้นเสมอ

St. Valentine is pictured in a stained-glass window at the Basilica of St. Valentine in Terni, Italy

วันนี้ขอนำข้อมูลด้วยเหตุที่หนุ่มสาวหรือหลายคนควรจะได้รู้และเข้าใจที่ไปที่มา ก่อนจะถามว่า รักนั้นคืออะไร อยากให้ทราบว่า กว่าจะมาเป็นวันแห่งความรักนั้นมีความหมายยิ่งกว่า ชื่อของเขาอ่านออกเสียงว่า นักบุญวาเลนตินุส, นักบุญวาเลนตินัส, เซนต์วาเลนไทน์ หรือ นักบุญวาเลนไทน์ (อิตาลี: San Valentino, ละติน: Valentinus อังกฤษ: Saint Valentine) ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์และวิกิพีเดีย เขาเป็นนักบุญ ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ของกรุงโรม เซนต์วาเลนไทน์เกิดเมื่อ พ.ศ.769 และเสียชีวิตเมื่อวันที่14 กุมภาพันธ์ พ.ศ.816 ซึ่งเรารู้จักกันดีว่า เซนต์วาเลนไทน์เป็นต้นกำเนิดของวันวาเลนไทน์

St. Valentine is pictured in a stained-glass window at the Basilica of St. Valentine in Terni, Italy

เซนต์วาเลนไทน์เป็นบาทหลวงอยู่ที่โบสถ์ใกล้ๆกรุงโรม ต่อมาในยุคสมัยของพระเจ้าคลอดิอุสที่2 มีการตั้งกฎหมายว่าห้ามมีการแต่งงานในเมืองของพระองค์ เพราะพระองค์ต้องการให้ผู้ชายทุกคนในเมืองต้องไปเป็นทหารในการทำสงคราม เซนต์วาเลนไทน์รู้สึกเห็นใจผู้ชายและผู้หญิงที่มีความรัก เซนต์วาเลนไทน์จึงแอบทำพิธีแต่งงานให้กับผู้ชายผู้หญิงที่มีความรักอย่างลับๆ โดยภายในงานมีเพียง เจ้าสาว เจ้าบ่าว และบาทหลวงเท่านั้น พวกเขาจึงต้องกระซิบคำสาบานและการอธิษฐานในการแต่งงาน ในที่สุด ทหารของพระเจ้าคลอดิอุสก็ได้มาเห็นพิธีพอดี แล้วเรื่องราวก็ไปถึงพระเจ้าคลอดิอุส เซนต์วาเลนไทน์จึงถูกจำคุกและถูกลงโทษอย่างหนักและแสนสาหัส แต่คนที่ถูกทำพิธีแต่งงานโดยเซนต์วาเลนไทน์มักแอบมาเยี่ยมเซนต์วาเลนไทน์ที่คุกอยู่เสมอ ต่อมาผู้คุมคุกของเซนต์วาเลนไทน์ชื่อแอสทีเรียส เขามีลูกสาวที่ตาบอด จึงขอให้เซนต์วาเลนไทน์ช่วยรักษา แล้วลูกสาวของแอสทีเรียสก็กลับมามองเห็นได้เหมือนเดิม ลูกสาวของแอสทีเรียสจึงมาเยี่ยมเซนต์วาเลนไทน์ที่คุกอยู่เสมอเช่นเดียวกัน จนกระทั่งถึงวันประหารชีวิตเซนต์วาเลนไทน์ ก่อนเขาเสียชีวิตเขาก็เขียนจดหมายถึงลูกสาวของแอสทีเรียสและลงท้ายด้วยคำว่า “From your valentine”แล้วเซนต์วาเลนไทน์ก็ถูกประหารชีวิตด้วยการตัดศีรษะในวันที่14กุมภาพันธ์ พ.ศ.816และเสียชีวิตในที่สุดในวัย47ปี

กระโหลกของเซนต์วาเลนไทน์ ซึ่งบรรจุไว้เป็นเรลิก หลังเซนต์วาเลนไทน์เสียชีวิต ก็มีการบรรจุกะโหลกของเซนต์วาเลนไทน์ไว้เป็นเรลิกที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี ต่อมาพระสันตะปาปาเกลาซิอุสได้แต่งตั้งวันที่14กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันที่เซนต์วาเลนไทน์ถูกประหารชีวิต เป็นวันสำคัญ คือวันวาเลนไทน์ซึ่งเป็นวันแห่งความรักนั่นเอง

เมื่อรู้แล้วว่า วันแห่งความรักนั้น ที่มาที่ไปเป็นอย่างไร กว่าจะมาเป็นรักที่สมบูรณ์ ผ่านเรื่องราว ทั้งความเสียสละ ทั้งการให้โดยไม่คาดหวังสิ่งใด ถึงแม้นรู้ว่าจะต้องตาย หรือส่งผลต่อตัวเอง ก็ไม่หวั่นเพียงเห็นคนที่เรารักนั้นมีความสุขสมหวัง ด้วยบริบทของความรักแต่คนและคู่รักนั้นประสบการณ์แตกต่าง นั่นคือความสวยงามของความรัก เมื่อเราอยากจะมีรักหรือมีรักอยู่แล้วนั้น ก็ควรรักษาและคอยทนุทนอมมันต่อไป ขอบคุณเรื่องราวๆดีจาก “San valentino” และการเสียสละชีวิตที่ทำให้คู่รักชายหญิงคู่นั้นสมบูรณ์แบบสมหวัง หวังว่าเรื่องราวและแนวคิดดังกล่าว จะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่มีรักทุกคน รักมีหลายรูปแบบขอให้คุณศรัทธามัน …

ข้อมูล วิกิพีดี wikipedia.org และ https://blogs.uoregon.edu/rel424s15drreis/valentinus/

Happy Valentine day

หนุ่มสยาม tv5hd1 online

“San valentino” นักบุญกรุงโรม ต้นกำเนิดวันวาเลนไทน์ ผู้สละชีวิตเพื่อปลดแอกความรักให้หนุ่มสาว