เดินสายไหว้พระวัดดังเมืองสุพรรณ-อ่างทอง เสริมมงคลรับปี 62

 

1.วัดมะนาว จังหวัดสุพรรณบุรี
“หลวงพ่อวัดมะนาว” พระพุทธรูปใหญ่คู่เมืองสุพรรณบุรี ประดิษฐาน ณ วัดมะนาว ต.ทับตีเหล็ก อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี หลวงพ่อวัดมะนาวมีพุทธศิลปะที่ไม่เหมือนใคร ด้วยผู้จัดสร้างตามจินตนาการ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เป็นวัดที่สร้างจากไม้เป็นทรงไทยหมู่ เป็นวัดที่มีความเก่าแก่อายุไม่น้อยกว่า 140-150 ปี วัดมะนาวเป็นที่รู้จักกันดีสำหรับนักสะสมนิยมพระเครื่องและเซียนพระทั่วไป เนื่องจากชื่อของหลวงพ่อโบ้ย พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งเมืองสุพรรณบุรี ผู้มากด้วยเมตตาธรรม มักน้อย ถือสันโดษ มีพลังจิตที่เข้มขลังอาคมที่แก่กล้า นามของท่านจึงขจรขจายไปไกลทั่วภาคกลาง นอกจากนี้เมื่อมาถึงวัดมะนาว ต้องแวะเข้าไปเยี่ยมชมนั้นคือ พิพิธภัณฑ์หลวงพ่อโบ้ย” ซึ่งทางวัดโดยหลวงพ่อแดง เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน ยังได้รวมพลังจิตศรัทธาของคนเมืองสุพรรณ ร่วมสร้างพิพิธภัณฑ์หลวงพ่อโบ้ย” อาคาร 2 ชั้นแบบไทยประยุกต์ บุด้วยไม้สักทั้งหลังอย่างสวยงาม ภายในมีการรวบรวมของเก่าแก่ยุคสมัยทั้งพระพุทธรูปและเครื่องปั้นดินเผา และของเก่าซึ่งหาดูได้ยากมาจัดแสดงเพื่อเป็นศูนย์ความรู้ในเชิงประวัติศาสตร์ และเป็นสัญลักษณ์ให้กับลูกหลานชาวสุพรรณว่าสถานที่แห่งนี้ก่อสร้างและรวบรวมมาได้นั้นเพราะความรักและความสามัคคีของชาวสุพรรณ

2.วัดเถรพลาย จังหวัดสุพรรณบุรี
วัดเถรพลาย ต.วังน้ำซับ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี เป็นวัดเก่าแก่สมัยกรุงศรีอยุธยา จากหลักฐานคือ เจดีย์ยุคโบราณก่อด้วยอิฐ ยอดเจดีย์เป็นเนื้อสำริดเก่าแก่ มีลักษณะดอกบัวหงาย 7 ชั้น สันนิษฐานตั้งชื่อวัดตามประวัติที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำยุทธหัตถีที่ดอนเจดีย์ แล้วขุนศึกผู้ใหญ่แวะพักรบเพื่อให้ทหารและช้างพลายได้พัก ก่อนที่จะเดินทางไปบ้านหนองสาหร่าย จึงเป็นที่มาของการตั้งชื่อวัดเถรพลาย ซึ่งมีความหมายว่า ช้างของขุนศึกผู้ใหญ่ และก่อนที่จะเดินทางออกรบเพื่อกระทำยุทธหัตถี สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้สร้าง “พระขุนแผน” ขึ้น เพื่อมอบเป็นขวัญและกำลังใจแก่ทหาร และส่วนหนึ่งนำบรรจุกรุไว้ที่เจดีย์วัดเถรพลาย นอกจากนี้ยังมีหลวงพ่อสีชมพู พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำวัดเถรพลาย มีผู้คนเข้ามากราบไหว้และขอพรตามความเชื่อทั้งในด้านโชคลาภและความรักให้สมหวัง

3.วัดขุนอินทประมูล จังหวัดอ่างทอง
วัดขุนอินทประมูล ประดิษฐานพระนอนองค์ใหญ่แห่งทุ่งโพธิ์ทอง อยู่ในเขตตำบลอินทประมูล วัดนี้เป็นวัดโบราณสร้างขึ้นในสมัย กรุงสุโขทัย พิจารณาจากซากอิฐแนวเขตเดิมคะเนว่าเป็นวัดขนาดใหญ่ มีความยาวถึง ๕๐ เมตร (๒๕ วา) ซึ่งนับเป็นพระนอน หรือพระพุทธไสยาสน์ที่ยาวเป็นอันดับที่สอง รองจากพระนอนที่ยาวที่สุดในประเทศไทย คือ พระนอนที่วัดบางพลีใหญ่กลาง จ. สมุทรปราการ เดิมประดิษฐานอยู่ในวิหารแต่ถูกไฟไหม้ปรักหักพังไปเหลือแต่องค์พระตากแดดตากฝนอยู่กลางแจ้งมานานนับเป็นร้อยๆ ปี องค์พระพุทธรูปมีลักษณะและขนาดใกล้เคียงกับพระนอนจักรสีห์ จังหวัดสิงห์บุรี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยเดียวกัน องค์พระนอน มีพุทธลักษณะที่งดงาม พระพักตร์ยิ้มละไม สงบเยือกเย็น น่าเลื่อมใสศรัทธายิ่งนัก

4.วัดจันทรังษี จังหวัดอ่างทอง
วัดจันทรังษี ตั้งอยู่อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2446 มีพระมหาวิหารจัตุรมุขพระมงคลเทพมุนี หรือหลวงพ่อสด องค์ใหญ่ที่สุดในโลก หน้าตักกว้าง 6 เมตร 9 นิ้ว สูง 9.9 เมตร สร้างด้วยโลหะปิดทองคำเหลืองอร่าม มีความสวยงามมาก มหาวิหารเริ่มสร้างเมื่อปี 2539 โดยพระธรรมรัตนากร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ และสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำเสด็จมาเปิดงานสมโภชรูปหล่อนี้ด้วย และมีเรื่องเล่าว่าหากใครได้มาไหว้ขอพรหลวงพ่อสด วัดจันทรังษี แล้วได้สัมผัสฐานของรูปหล่อหลวงพ่อสด ก็จะได้รับอานิสงส์ชีวิตราบรื่น การงานมั่นคง ครอบครัวจะมีแต่ความสุข นอกจากนี้ยังมีหลวงพ่อโยก ตั้งอยู่ภายใน วัดจันทรังษี ตำบลหัวไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง ซึ่งมีอายุกว่า 300 ปี เล่ากันว่า หลวงพ่อท่านจะนั่งโยกตัวเองโยกซ้ายทีโยกขวาทีให้เห็นชาวบ้านเชื่อโบกปูนทับพระทองคำ พรางสายตาทหารพม่าในสมัยอยุธยา หากได้กราบไหว้ขอพรสมหวังดั่งใจหมาย เมื่อครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยาตั้งอยู่ภายในป่าเป็นเพิงไม้ หลวงพ่อโยกไม่มีฐานวางอยู่บนพื้นดิน ตากแดดตากฝนอยู่เป็นเวลานาน ชาวบ้านจึงโบกปูนทับพระทองคำ พลางสายตาพม่า ปัจจุบันตั้งอยู่ภายในวิหาร ชาวบ้านได้ กราบไหว้ขอพรให้สมหวังดั่งใจหมาย

 

5.วัดสังกระต่าย จังหวัดอ่างทอง
วัดสังกระต่าย ตั้งอยู่ที่ ต.ศาลาแดง อ.เมือง จ.อ่างทอง สถานที่ท่องเที่ยว Unseen แห่งใหม่ในอ่างทอง ตัวโบสถ์เก่าแก่มีต้นโพธิ์ ขนาดใหญ่ขึ้นปกคลุมรอบโบสถ์ 4 ต้น รวมถึงปกคลุมภายในโบสถ์ด้วย โดยภายในโบสถ์มีทั้งหมด 3 ห้อง ภายในห้องแรกมีพระบูชา คือ หลวงพ่อแก่น เมื่อเข้ามาในห้องใหญ่มีพระประธานองค์ใหญ่ 1 องค์ คือ หลวงพ่อวันดี และอีก 2 องค์มีขนาดย่อม ลงมา คือ หลวงพ่อศรี และหลวงพ่อสุข ส่วนห้องสุดท้ายเป็นห้อง ว่างเปล่า ตัวโบสถ์ไม่มีหลังคาแต่ร่มรื่น เนื่องจากอาศัยร่มเงาของต้นโพธิ์ที่ปกคลุมจนเปรียบ เสมือนหลังคาไปแล้ว ส่วนผนังโบสถ์ก็อยู่ในสภาพที่เก่าแก่ ทรุดโทรม แตกหัก แต่คงสภาพอยู่ได้โดยไม่พังทลายลงมา เพราะได้รากต้นโพธิ์ ทั้ง 4 ต้น ที่ขึ้นอยู่ 4 มุม รากได้ชอนไชยึดผนังโบสถ์ไว้ทั้งหลังอย่างแน่นหนา

ข้อมูล ททท.สุพรรณ-อ่างทอง 

ภาพที่ระลึก – พระเดชพระคุณ หลวงพ่อแดง เจ้าอาวาสวัดมะนาว เมตตาถ่ายภาพร่วมกับทางคณะผู้บริหาร ททท.จังหวัดสุพรรณ-อ่างทอง และพี่น้องสื่อมวลชน ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆภายในวัด ซึ่งต้องบอกว่า มาสุพรรณ-อ่างทอง ต้องหาโอกาสมาให้ได้ เป็นทริปที่ประทับใจเมื่อได้มาชมของดีของดัง ขอบคุณ ททท. ไว้ ณ โอกาสนี้

เดินสายไหว้พระวัดดังเมืองสุพรรณ-อ่างทอง เสริมมงคลรับปี 62