สวนนงนุชต่อยอดเตรียมทำสวนลอยฟ้าเปิดให้ชมทั้งปี

นายกัมพล ตันสัจจา ผู้อำนวยการสวนนงนุชพัทยา พร้อมทีมงานออกแบบ วิศวกร ศึกษางาน “สวนดอกไม้ ดูไบ มิราเคิล การ์เด้น 2019” ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดสวนดอกไม้ทั้งปีให้แปลกใหม่ ในสวนนงนุชพัทยา เพื่อรองรับโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออก (EEC)

นายกัมพล ตันสัจจา ผู้อำนวยการสวนนงนุชพัทยา พร้อมทีมงานเดินทางศึกษาดูงานที่ สวนดอกไม้ในงาน ดูไบ มิราเคิล การ์เด้น 2019 ที่นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สำหรับงาน ดูไบ มิราเคิล การ์เด้น 2019 เป็นโครงการสร้างสวนดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างในเขตดูไบแลนด์ กินพื้นที่ประมาณ 72,000 ตารางกิโลเมตร ภายในสวนประกอบด้วยไม้นานนาพันธุ์กว่า 45 ล้านต้น มีจุดที่น่าสนใจคือการจัดดอกไม้เป็นรูปเครื่องบินแอร์บัส เอ 380 ขนาดเท่าของจริง โดยสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ใช้ดอกไม้สดและพรรณพืชกว่า 500,000 ต้น นอกจากนี้แล้วยังมีการจัดแสดงดอกไม้เป็นรูปทรงต่างๆเช่น หัวใจ,ดาว,ปิรามิดและอื่นๆ โดยนำดอกไม้ที่มีสีสันต่างๆมาประดับสร้างความสวยงามสุดพรรณา

ผู้อำนวยการสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่า จากที่นำทีมของสวนนงนุชพัทยา มาดูงานที่ สวนดอกไม้ ดูไบ มิราเคิล การ์เด้น นี้ นอกจากเป็นสวนที่สวยงาม มีการประดับดอกไม้นานาพรรณและเป็นงานดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกนี้แล้วสภาพอากาศร้อนที่ดูไบ ยังมีลักษณะคล้ายคลึงกับประเทศไทย โดยบางวันอากาศร้อนจัด อุณหภูมิสูงกว่า 40 องศา

นายกัมพล ตันสัจจา ผู้อำนวยการสวนนงนุชพัทยา กล่าวต่อว่า ในฐานะที่สวนนงนุชพัทยาเองก็เป็นสวนที่มีชื่อเสียงติดอันดับต้นๆของโลกเช่นเดียวกัน จึงได้ทำทีมงานไปศึกษาดูงานโดยเฉพาะ เพื่อนำรูปแบบการจัดสวนแบบใหม่ๆ มาพัฒนาและเพื่อสร้างสวนดอกไม้ที่มีอยู่ ภายใต้คอนเช็ปท์ Garden In The Sky เป็นสวนลอยฟ้าและสวนไม้ภายในเกือบทุกชนิดที่ปลูกหมุนเวียนสับเปลี่ยนทั้งปี สำหรับไม้ดอกนี้ทางสวนนงนุชได้มีการปรับปรุงเนสเซอรรี่หรือเรือนเพาะชำทั้งหมดให้มีหลังคาทำให้ไม้ดอกและดอกไม้อยู่ในร่มไม่โดนฝนสามารถเพาะเลี้ยงพันธุ์ไม้ดอกไว้ในร่มได้เองตลอดปี โดยไม่จำเป็นต้องนำไม้ดอกมาจากที่ไหนและในสวนลอยฟ้าหรือGarden In The Sky ก็เป็นการก่อสร้างแบบมีหลังคาอยู่ภายในร่มไม้ดอกและดอกไม้จะไม่โดนฝนเช่นเดียวกัน นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางชมดอกไม้ในสวนลอยฟ้าได้ตลอดทั้งปี

สำหรับ “สวนดอกไม้ ดูไบ มิราเคิล การ์เด้น 2019” เป็นไม้คล้ายบ้านเราที่นี้จะเปิดได้ปีละ 6 เดือน แต่ทางสวนนงนุชจะเปิดให้ชมทั้งปี ตอนนี้ได้ทำการสร้างโครงสวนขึ้นมาแล้วมีหลายชั้นเป็นสวนลอยฟ้าหรือ Garden In The Sky จะมี sky walk เข้าไปในสวน โดยเอารูปแบบดัดแปลงและทำให้เป็นไทยมากที่สุด โดยทางสวนนงนุชพัฒนามากให้เป็นท่องเที่ยวและต้อนรับ EEC โดยการสร้างโดมขนาดมหึมามีหลังคา กันฝน มีความกว้าง 80 เมตร ยาว 90 เมตร ความสูงของอาคารถึง 25 เมตร เท่ากับตึก 5 ชั้น บนพื้นที่ 7,000 ตารางเมตร ในสวนนงนุชพัทยา รองรับการเข้าชมของนักท่องเที่ยวในแต่ละครั้งพร้อมกันถึง 7,000 คน ซึ่งสวนลอยฟ้าแห่งใหม่นี้ จะเป็นแม่เหล็กดึงดูดความสนใจให้กับนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่เมืองพัทยาและสวนนงนุช มีกำหนดเปิดในวันที่ 1 ธันวาคม ในปีนี้แต่ถ้าดำเนินการเสร็จก่อนก็พร้อมที่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวชมโดยทันที

นอกจากนี้แล้วทางสวนนงนุชจะเป็นต้นแบบให้สวนต่างๆในเมืองไทยได้มาศึกษาหาความรู้กับสวนลอยฟ้าที่มีไม้ดอกให้มาเยี่ยมชมเพิ่มมากขึ้นตลอดทั้งปี รวมถึงศึกษาพันธุ์ไม้ดอกที่ทนต่อสภาพอากาศร้อนเหมือนประเทศไทย เพื่อนำมาศึกษาเพาะขยายพันธุ์ไม้ดอกเพื่อที่จะให้คนไทยสามารถเดินทางมาชมพันธุ์ไม้ต่างๆได้ที่สวนนงนุชพัทยา โดยไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงต่างประเทศ และสวนนงนุชพัทยาจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่ทำให้โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ ภาคตะวันออก (EEC) ที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้มีศักยภาพในการส่งเสริมความสำเร็จของโครงการอย่างดีเยี่ยม ซึ่งก็ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวสวนนงนุชสวนที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก..

สวนนงนุชต่อยอดเตรียมทำสวนลอยฟ้าเปิดให้ชมทั้งปี