จาก 1 ริงกิต สู่เจ้าของ AirAsia

บทความ จาก เพจ ลงทุนแมน

“ผมเคยบอกกับพ่อว่า วันหนึ่งในอนาคต ผมต้องเป็นเจ้าของสายการบินให้ได้” พ่อฟังผมพูดจบ และตอบกลับมาว่า “ถ้าแกจะเอาอย่างนั้น ก็ไปเป็นพนักงานเปิดประตูโรงแรมฮิลตันให้ได้ก่อน ฉันจะดีใจอย่างมาก” นี่คือบทสนทนาระหว่าง เด็กชาย Tony Fernandes กับพ่อของเขาในอดีต ใครจะไปคิดว่า สิ่งที่เขาพูดวันนั้น จะกลายเป็นจริง เพราะในวันนี้เขาเป็นเจ้าของ AirAsia สายการบินต้นทุนต่ำชื่อดัง เขาทำอย่างไรจึงมีวันนี้ ขอนำข้อมูลดีๆจากลงทุนแมนมาเล่าให้ฟัง

Tony Fernandes เกิดเมื่อวันที่ 30 เมษายน 1964 ที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยมีพ่อซึ่งเป็นชาวอินเดีย และแม่เป็นลูกครึ่งโปรตุเกส-เอเชีย ที่มีอาชีพเป็นครูสอนดนตรี และค้าขายทัพเพอร์แวร์ (Tupperware) กล่องพลาสติกสำหรับใส่อาหารทำให้สมัยเด็ก นอกจาก Tony Fernandes จะสามารถเล่นดนตรีโดยเฉพาะเปียโนได้เก่งแล้ว เขามักเดินทางด้วยเครื่องบินตามแม่ไปหลายที่เพื่อขายทัพเพอร์แวร์ตั้งแต่ยังเด็ก จนเขารู้สึกสนใจในเครื่องบินเป็นอย่างมาก ธุรกิจขายตรงทัพเพอร์แวร์ของแม่เขาไปได้ด้วยดี ถึงขนาดมีเงินส่งเขาไปเรียนต่อที่อังกฤษ โดยช่วงปิดเทอม เขาใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บริเวณใกล้ๆ กับสนามบิน Heathrow เพื่อเฝ้าดูการขึ้นลงของเครื่องบิน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เขาหลงใหลมาก

เขาเรียนจบปริญญาตรีสาขาบัญชีจาก London School of Economics และเคยมีโอกาสทำงานในฝ่ายการเงินของสายการบิน Virgin ซึ่งเป็นสายการบินสัญชาติอังกฤษที่มี Richard Branson เป็นเจ้าของ ในช่วงระหว่างปี 1987-1989 หลังจากนั้นเขาย้ายกลับไปทำงานที่มาเลเซียให้กับ Warner Music ในธุรกิจดนตรี ก่อนที่จะลาออกในปี 2001 เพื่อออกมาก่อตั้งธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำ ในช่วงนั้น AirAsia ซึ่งอยู่ภายใต้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลมาเลเซีย ประสบปัญหาขาดทุน พร้อมกับมีหนี้สินกว่า 312 ล้านบาท พอเรื่องเป็นแบบนี้ เขาและ Kamarudin Meranun นักธุรกิจชาวมาเลเซีย จึงได้ร่วมกันซื้อกิจการ AirAsia ด้วยมูลค่าเพียง 1 ริงกิต.. การที่บริษัทนี้มีมูลค่าเพียง 1 ริงกิตก็เพราะว่า บริษัทมีหนี้สินอยู่มาก การซื้อบริษัทก็เหมือนต้องแบกรับภาระหนี้มาด้วย บริษัทจึงแทบไม่มีมูลค่า อย่างไรก็ตามการซื้อขายต้องมีราคา จึงกำหนดเป็นมูลค่า 1 ริงกิต ต่อมา Tony Fernandes เอาบ้านไปจำนอง พร้อมกับเอาเงินในบัญชีของเขามาซื้อหนี้ในกิจการของ AirAsia โดยเพียงหนึ่งปีหลังจากที่เขาซื้อกิจการ เขาจัดการสะสางหนี้สินของบริษัท พร้อมนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของมาเลเซียในปี 2004 Tony Fernandes บอกว่า ผมมองเห็นโอกาสขนาดใหญ่ เพราะยังมีคนอีกมากที่ไม่เคยขึ้นเครื่องบิน แต่พวกเขาต้องการจะเดินทางด้วยเครื่องบิน โดยต้องการค่าโดยสารที่ถูกลง เพื่อแลกกับการตัดบริการบางอย่างในเครื่องบินออกไป

รายได้และกำไรของ AirAsia

ปี 2016 รายได้ 53,398 ล้านบาท กำไร 12,628 ล้านบาท
ปี 2017 รายได้ 75,738 ล้านบาท กำไร 12,254 ล้านบาท
ปี 2018 รายได้ 82,734 ล้านบาท กำไร 13,346 ล้านบาท

ในปี 2018 AirAsia ให้บริการผู้โดยสารทั้งหมดกว่า 44.4 ล้านคน โดยเพิ่มขึ้นกว่า 102% จากปี 2013 ที่ AirAsia ให้บริการผู้โดยสารจำนวน 21.9 ล้านคน

ขณะที่ Skytrax ซึ่งเป็นสถาบันจัดอันดับสายการบินนานาชาติ ได้จัดลำดับสายการบินต้นทุนต่ำที่ดีที่สุดในโลก 3 ลำดับในปี 2018 คือ

1.สายการบิน AirAsia (มาเลเซีย)
2.สายการบิน Norwegian (นอร์เวย์)
3.สายการบิน EasyJet (อังกฤษ)

ที่น่าสนใจคือ ในวันแรกที่ Tony Fernandes เข้าไปซื้อกิจการ AirAsia นั้น บริษัทมีเครื่องบินเพียง 2 ลำพร้อมกับหนี้จำนวนมาก มาวันนี้ AirAsia มีเครื่องบินกว่า 250 ลำ พร้อมกำไรเป็นหลักหมื่นล้านบาท ด้วยวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นที่จะสร้างธุรกิจที่เขาหลงใหลมาตั้งแต่เด็ก ทำให้วันนี้ Tony Fernandes เป็นบุคคลที่มีทรัพย์สินสุทธิ 17,000 ล้านบาท ถ้าวันนี้เรามีความชอบ มีแรงบันดาลใจที่จะทำอะไรสักอย่าง แม้ว่าคนอื่นอาจจะมองว่า เป็นไปไม่ได้ Tony Fernandes เป็นตัวอย่างที่ทำให้เราเห็นว่า ถ้าเรามุ่งมั่นและลงมือทำอย่างจริงจัง แม้เราจะเป็นคนธรรมดาในตอนเกิด แต่เราก็สามารถสร้างสิ่งไม่ธรรมดาในตอนโต ได้เหมือนกัน..

ขอบคุณ ข้อมูล เพจ ลงทุนแมน

จาก 1 ริงกิต สู่เจ้าของ AirAsia