7 วิธีที่เหนือกว่าการทำงานหนัก แบบไหนจึงจะเรียกได้ว่าทำงานอย่างชาญฉลาด

ความพยายามเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่การรู้ว่าควรทุ่มความพยายามนั้นไปที่ไหนเป็นเรื่องที่ต่างออกไปมาก วิธีที่คุณใช้เวลาในแต่ละวัน สร้างนิสัยที่ทำให้คุณรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญ และอะไรที่ไม่สำคัญ การทำงานอย่างมีวินัย การวางแผน และการจัดการจะทำให้คุณสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นอย่างดี และนี่คือเทคนิคที่จะช่วยให้คุณสามารถทำงานได้อย่างฉลาด มากกว่าทำงานหนักแต่เพียงอย่างเดียว

นอกจากการทำงานอย่างชาญฉลาดแล้ว คุณอาจจะต้องการทำงานให้เร็วขึ้นด้วย ซึ่งสามารถปรับได้ง่ายๆ เพียงแค่ปรับนาฬิกาของคุณให้เร็วขึ้นเท่านั้น คุณอาจจะอยากออกไปทำงานอาสาสมัคร เพื่อพัฒนาความก้าวหน้าในการทำงานของตัวเอง หรืออยากรู้เทคนิคการพูดให้สะกดใจคนฟัง เพื่อฝึกฝนการพูดในที่สาธารณะ ทั้งหมดนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่คุณต้องการทำ เพื่อให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้นทั้งนั้น มาดูกันเลยดีกว่าว่า การทำงานอย่างชาญฉลาดนั้น ที่จริงแล้วควรทำอย่างไร

1. พักเป็นช่วงๆ

มันฟังดูตรงกันข้ามกับสิ่งที่เราเพิ่งบอกคุณไป แต่การมีช่วงพักเป็นระยะระหว่างวันทำงานสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของคุณได้จริงๆ และมันยังดีต่อสุขภาพของคุณด้วย ไม่ว่าคุณจะเป็นฟรีแลนซ์หรือเป็นพนักงานที่นั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศ การลุกออกจากโต๊ะจะช่วยให้ดวงตาของคุณมีอาการเหนื่อยล้าน้อยลง และช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอาการเลือดคั่งที่ขาของคุณได้

มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่า การลุกออกจากโต๊ะทำงานเพียง 5 นาที ก็เพียงพอแล้วที่จะช่วยให้คุณสามารถปรับสมาธิได้อีกครั้ง เมื่อเกิดความเหนื่อยล้าในช่วงบ่าย พักซะ และเพื่อให้คุณมีพลังงานในช่วงบ่ายมากยิ่งขึ้น คุณควรงดกาแฟ และกินของว่างที่ช่วยกระตุ้นสมอง เช่น บลูเบอร์รี่และวอลนัท แทน ไขมันดีและแอนตี้อ็อกซิแดนท์จะช่วยให้พลังงานที่สมองอันอ่อนล้าของคุณต้องการ

2. สร้างกิจวัตรประจำวันที่ดี

เชื่อหรือไม่ว่า สิ่งที่เราทำกันเป็นประจำทุกวันนั้น ส่วนใหญ่แล้วเป็นการทำตามความเคยชอนของนิสัย ถ้าคุณสามารถพัฒนานิสัยที่ดีต่อสุขภาพได้ คุณก็จะสามารถประสบความสำเร็จได้ง่ายยิ่งขึ้น ถ้าเราชินกับการทำสิ่งเดิมๆ ในเวลาเดิมๆ ในที่เดิมๆ สภาพแวดล้อมและนิสัยจะเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างเงื่อนไขให้กับเรา และทำให้เราทำสิ่งต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

เริ่มต้นวันของคุณด้วยกิจวัตรประจำวันในตอนเช้าวันทำงาน คุณอาจจะรวมการทำสมาธิและการออกกำลังกายเข้าไปเพื่อช่วยให้คุณสามารถตั้งสมาธิได้ดีขึ้น และคุณก็ควรจบวันทำงานด้วยกิจกวัตรประจำวันเช่นกัน ปิดออฟฟิศ เคลียร์โต๊ะรกๆ ให้เรียบร้อย เพื่อที่คุณจะได้สามารถเริ่มวันใหม่ได้อย่างสดชื่น ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเป็นการปักหมุดว่า วันทำงานของคุณได้หมดลงแล้ว

3. มีช่วงเวลา “ห้ามรบกวน”

สิ่งที่ดีที่สุดและแย่ที่สุดของการทำงานจากที่บ้านก็คือ คุณทำงานจากที่บ้าน คนที่อาศัยอยู่กับคุณอาจโผล่เข้ามาในห้องทำงานเพื่อคุยเล่น หรือปรึกษาเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ระบุให้ชัดเจนว่าในช่วงชั่วโมงไหนที่คุณห้ามถูกรบกวนเด็ดขาด เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นกรณีฉุกเฉินจริงๆ

4. เช็คอีเมล์และโซเชียมีเดียวแค่ในช่วงที่กำหนดไว้เท่านั้น

การเช็คอีเมล์และโซเชียลมีเดียวันละหลายๆ ครั้งนั้นเป็นเรื่องง่าย มันใช้เวลาราว 25 นาทีในการเพื่อกลับมาจากสิ่งเบี่ยงเบนความสนใจเหล่านั้นอีกครั้ง ปิดการแจ้งเตือนอีเมล์และเช็คอีเมล์ตามช่วงมาตรฐาน คือ ครั้งหนึ่งในตอนเช้า และอีกครั้งในตอนเย็น ทำแบบเดียวกันนี้กับโซเชียลมีเดีย ทุกอย่างจะยังอยู่ตรงนั้นเมื่อคุณกลับมาเลื่อนดูนิวส์ฟีดของคุณอีกครั้ง

5. ทำ to-do list ของงานที่สำคัญที่สุด 3 งาน

วางแผนวันของคุณล่วงหน้าถ้าคุณต้องการทำเรื่องต่างๆ ให้เสร็จ แต่แทนที่จะทำ to-do list แบบยาวๆ จดรายการของ 3 สิ่งที่สำคัญที่สุดที่คุณต้องทำให้เสร็จ การจำกัดรายการงานที่ต้องทำของคุณไว้แค่ 3 งาน จะทำให้มันจัดการได้ง่ายขึ้นและดูไม่เยอะจนเกินไป

6. พัฒนาระบบจัดการเวลา

แพลนเนอร์ หรือสมุดปฏิทินจัดการเวลานั้นป็นที่นิยมมาก และก็มีสิ่งต่างๆ ให้เขียนลงไปอยู่เสมอ ยิ่งไปกว่านั้น การเขียนหนังสือช่วยพัฒนาความจำของคุณอีกด้วย และการตกแต่งหน้าปฏิทินของคุณก็ทำให้มันดูน่าอ่านยิ่งขึ้น

แต่ถ้าคุณไม่ชอบลายมือของตัวเอง ก็ยังมีแอพพลิเคชั่นและเว็บไซต์ต่างๆ เช่น Trello ที่สามารถช่วยคุณได้ คุณสามารถตัดกระดาษแข็งเป็นแผ่นแล้วติดแถบลงไป ใส่รายละเอียดต่างๆ ไว้บนกระดาษ คุณสามารถทำแบบไหนก็ได้ ความเป็นไปได้นั้นไม่มีที่สิ้นสุดเลยทีเดียว

7. จัดพื้นที่ทำงานของคุณให้เป็นระเบียบ

พยายามจัดไฟล์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือที่เก็บไฟล์ออนไลน์ของคุณให้เป็นระเบียบอยู่เสมอ มันจะช่วยประหยัดเวลาได้มาก ใช้ label ใน Gmail หรือ folder ใน Outlook เพื่อจัดการอีเมล์ของคุณ ทำให้ทุกอย่างเรียบร้อยและไม่ปนกันมั่วไปหมด เรียนรู้การใช้ปุ่ม shortcut ต่างๆ แทนที่จะพึ่งแต่เมาส์ด้วย เมื่อตัดการพื้นที่ทำงานออนไลน์เรียบร้อยแล้ว อย่าลืมจัดการโต๊ะทำงานจริงๆ ของคุณให้เรียบร้อยด้วย จัดใบเรียกเก็บเงินและใบเสร็จต่างๆ เอาไว้ตู้หรือกล่องเก็บเอกสาร เพราะการมีพื้นที่ทำงานที่เรียบร้อยจะทำให้ไคุณมีสมาธิดีขึ้นได้

ในการทำงานอย่างฉลาดนั้น ไม่ได้หมายถึงแค่การมีสมาธิที่ดีเยี่ยม และการใช้งานแอพพลิเคชั่นและซอร์ฟแวร์ใหม่ล่าสุดเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการู้ถึงขีดจำกัดและสิ่งเบี่ยงเบนความสนใจ และใช้ทุกอย่างเพื่อพัฒนาระบบที่ทำให้คุณทำงานได้ดีขึ้นได้ด้วย คุณอาจจะสำรวจตัวเองว่ามีนิสัยแย่ๆ ที่ทำให้ทำงานไม่เสร็จหรือเปล่า หรือว่ามีนิสัยชอบผัดวันประกันพรุ่งที่คุณเองก็อยากกำจัดทิ้งไปไหน แต่ท้ายที่สุดแล้ว ทุกอย่างอาจจะสามารถจัดการได้ง่ายๆ ด้วยการเริ่มต้นวันทำงานที่ดี เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

ที่มา : LifeHack 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : https://daily.rabbit.co.th/

(Visited 3 times, 1 visits today)

7 วิธีที่เหนือกว่าการทำงานหนัก แบบไหนจึงจะเรียกได้ว่าทำงานอย่างชาญฉลาด

| News Online, คนคิดบวก |
About The Author
-